ปกหน้า

 

 

ปกใน   

 

 

 

 

งานประชุมวิชาการและนิทรรศการ เครือข่ายวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

Maehongson Research Expo 2009

รักษ์โลก รักคุณ รักษ์แม่ฮ่องสอน

12-16 กุมภาพันธ์ 2552

 

สารบัญ

 

ส่วนที่ 1 กำหนดการและกิจกรรมของงาน………..

ส่วนที่ 2 เครือข่ายวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน……………..

ส่วนที่ 3 เส้นทางและรายละเอียดการท่องเที่ยวภายใต้งานวิจัย....................

ส่วนที่ 4 แผนผังการจัดงาน

                4.1 ลานกิจกรรม

                4.2 ลานเสวนาวันที่ 13

 

 

ส่วนที่ 1 กำหนดการ

12 กุมภาพันธ์ 2552

(ร่าง) กำหนดการประชุมวิชาการ

ทิศทางการพัฒนาจังหวัด และงานวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552

ณ โรงแรมอิมพิเรียล ธารา แม่ฮ่องสอน

เวลา

กิจกรรม

08:00-09:00 น.

ลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุม

09:00-09:15 น.

กล่าวรายงาน โดย ศ.ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

09:15-09:30 น.

กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม โดย นายธงชัย วงษ์เหรียญทอง

                                              ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน

09:30-10:30 น.

การนำเสนอภาพรวมงานวิจัยของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่สนับสนุนโดย สกว.

โดย รศ.ดร.ศักดิ์ดา  จงแก้ววัฒนา ผู้ประสานงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

      นายธนันชัย มุ่งจิต  ศูนย์ประสานงานวิจัยท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน

10:30-10:45 น.

พักรับประทานอาหารว่าง

10:45-12:15 น.

การอภิปราย “แผนจังหวัดและทิศทางการพัฒนาบนฐานของงานวิจัย”

โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน

      นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน

      ประธานหอการค้าจังหวัด

      ดร.จรูญ คำนวณตา

      คุณบุญยืน คงเพชรศักดิ์    คณะทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชน

                                       จังหวัดแม่ฮ่องสอน (คสข.จ.มส.)

ดำเนินรายการโดย ดร.สีลาภรณ์  บัวสาย

รองผู้อำนวยการ สกว.

12:15-13:30 น.

รับประทานอาหารกลางวัน

13:30-15:30 น.

เสวนาและระดมความคิด “งานวิจัยกับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน”

การท่องเที่ยวบนฐานของศิลปวัฒนธรรมและโบราณคดีโดยชุมชน

ผู้ร่วมเสวนา : รศ.ดร.รัศมี ชูทรงเดช

                  ผศ.ดร.สาวิตร มีจุ้ย

                  คุณยรรยงค์  ยาดี

                  ผู้แทนเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชน ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น

ดำเนินรายการ  ดร.สมคิด แก้วทิพย์

รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยท้องถิ่น

 

งานวิจัยเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน

ผู้ร่วมเสวนา : พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง

                  นายเดชา สัตถาผล (นายอำเภอแม่สะเรียง)

                  ผศ.ดร.ถาวร อ่อนประไพ

                  ดร.กมลชัย คชชา

                  นายภากร กังวานพงษ์ (นายก อบต.แม่ยวม)

ดำเนินรายการ โดย รศ.ดร.สุธีระ  ประเสริฐสรรพ์

15:30-15:45 น.

พักรับประทานอาหารว่าง

15:45-16:30 น.

สรุปและให้ความเห็นโดย…………………………………

16:30-16:45 น.

สรุปผลและปิดการประชุม โดย ศ.ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง

18.00-20.00 น.

พิธีเปิดงานนิทรรศการและเลี้ยงต้อนรับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ณ ลานวัฒนธรรม

 

13 กุมภาพันธ์ 2552

 

9.00 – 11.00 น.  ร่วมวงเสวนากับนักวิจัย

 

1.       การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน

2.       การค้าชายแดน

3.       พลังงานทางเลือก

4.       การท่องเที่ยว ศิลป วัฒณธรรมและโบราณคดี

5.       ระบบเกษตร

6.       ระบบเตือนภัยไฟป่า

กิจกรรมอื่น......................

 

14 – 16 กุมภาพันธ์ 2552 .........................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนที่ 2

แนวความคิด เป้าหมายและยุทธศาสตร์การดำเนินงาน

 

เครือข่ายวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่-ภาคเหนือตอนบน (Area-Based Collaborative Research Program Upper Northern Region : ABC-UN)  ได้วิเคราะห์ปัญหาและโจทย์วิจัยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน องค์กรอิสระ และชุมชนของพื้นที่เป้าหมาย เพื่อพัฒนางานวิจัยทั้งพื้นที่ของจังหวัดเป้าหมาย โดยเน้นประเด็นปัญหาที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และเป้าประสงค์กลุ่มจังหวัด โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าการส่งออกของสินค้าเกษตรที่สำคัญทั้งนี้ยังคงให้ความสำคัญกับปัญหาอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับความมั่นคงในปัจจัย 4 + 2 ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย พลังงาน และสุขอนามัย อีกทั้งยังให้การสนับสนุนงานวิจัยและการจัดการความรู้เชิงพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมของภาคีภาครัฐ ภาคประชาชน องค์กรอิสระ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อการพัฒนาในพื้นที่โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างความเชื่อมโยงเชิงสร้างสรรค์ระหว่างภาคเศรษฐกิจสมัยใหม่กับภาคเศรษฐกิจท้องถิ่น เสริมสร้างเศรษฐกิจพอเพียง และลดความเหลื่อมล้ำของสังคมในพื้นที่ ทั้งนี้จะให้ความสำคัญกับการยกระดับความเป็นอยู่ของประชากรในพื้นที่   โดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการพัฒนา และให้สอดคล้องกับประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของท้องถิ่น และมีองค์กรในท้องถิ่นเป็นหน่วยดำเนินการในพื้นที่ร่วมกับภาควิชาการ โดยมีพื้นที่เป้าหมายคือจังหวัดภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัดได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ น่าน และพะเยา

 


จังหวัดแม่ฮ่องสอน

               

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ทางภาคเหนือไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศไทย เป็นจังหวัดทางภาคเหนือซึ่งห่างจากกรุงเทพมหานครมากที่สุด มีพื้นที่ประมาณ 12,681.259 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภาคเหนือ และเป็นอันดับ 7 ของประเทศ โดยทุกอำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะมีแนวพรมแดนติดต่อกับประเทศสหภาพพม่า พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน และป่าไม้ตามธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

ผลผลิตมวลรวมของจังหวัด(GPP) ในปี 2548  มีมูลค่ารวม 7,757 ล้านบาท โดยภาคเกษตรกรรมมีบทบาทสูงที่สุด รองลงมา คือค้าปลีก-ค้าส่ง และการศึกษาตามลำดับ และเนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดสหภาพพม่า ทำให้จังหวัดนี้มีมูลค่าการค้าชายแดน (.. – .. 50) 613.00 ล้านบาท โดยมีสถานะเกินดุลการค้า 488.15 ล้านบาท

                ประชากรในจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีจำนวน 255,174 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ 1) คนไทยเชื้อสายไทยใหญ่ หรือคนไต เป็นกลุ่มที่อยู่บนพื้นที่ราบ และเป็นประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัด และ 2) ชาวไทยภูเขา ซึ่งส่วนใหญ่จะอาศัยและประกอบอาชีพอยู่บนพื้นที่สูงมีจำนวนใกล้เคียงกับคนเชื้อสายไทยใหญ่ ประกอบด้วยกะเหรี่ยง มูเซอ ลีซอ ลัวะ แม้วหรือม้ง ปาดอง หรือกะเหรี่ยงคอยาว และจีนฮ่อ

        ปัจจุบันการท่องเที่ยวได้เข้ามามีบทบาทในการสร้างรายได้ของจังหวัด แต่กลับยังมีปัญหาอุปสรรคหลายประการ ได้แก่  เส้นทางคมนาคมทางถนน เที่ยวบินไม่แน่นอนและไม่พอเพียงในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว น้ำมันราคาสูง  หมอกควัน อุบัติเหตุจากกิจกรรมท่องเที่ยว

ด้วยข้อมูลพื้นฐานและสถานการณ์ปัญหาดังกล่าวข้างต้น ABC-UN สกว. ได้ประมวลและหารือกับภาคีพัฒนาในพื้นที่และกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอนไว้ 2 มิติควบคู่กัน  คือ 1) การพึ่งพาตนเอง (sufficiency)  เพราะการเดินทางไกล ค่าขนส่งแพง  พื้นที่ทำการเกษตรมีจำกัด  ซึ่งงานกลุ่มนี้ได้แก่ การจัดการที่ดิน เกษตรปลอดสารพิษ วิสาหกิจชุมชน และพลังงานทางเลือก และ 2) การหารายได้  ซึ่งก็มีโอกาสเดียว คือ การท่องเที่ยว  อย่างไรก็ดี  ด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยว และความพร้อมในเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวของแต่ละพื้นที่มีไม่เท่ากัน  กระบวนการทำงานจึงใช้การทำงานร่วมกับกลไกระดับจังหวัด และต่ำกว่าจังหวัด (อบต. เทศบาล) โดยมีอำเภอเป็นกลไกประสานการทำงาน  และมีภาควิชาการในท้องถิ่น (วิทยาลัยชุมชน จังหวัดแม่ฮ่องสอน) ทำงานร่วมกับ สกว. อย่างต่อเนื่อง

 

 




งานวิจัยของจังหวัดแม่ฮ่องสอนภายใต้การสนับสนุนของ  ABC-UN  

 

เครือข่ายวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน ได้ให้การสนับสนุนงานวิจัยของจังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 มีจำนวนโครงการถึงปัจจุบัน 9 โครงการ ครอบคลุมประเด็นปัญหาที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ และเป้าประสงค์ของจังหวัดด้านต่างๆ ได้แก่ แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน การจัดการทรัพยากร การท่องเที่ยว ระบบเกษตร การค้าชายแดน  และ
ไฟป่า โดยแต่ละโครงการมีรายละเอียดโดยย่อดังนี้

 

1. ระบบจัดการทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อการยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนระดับตำบลในอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 

เครือข่ายวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน สกว. และภาควิชาการ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา)  เป็นตัวกลางในการทำพัฒนาฐานข้อมูลที่ทำกินเชิงพื้นที่ เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน  ร่วมกับหน่วยงานปกครองและหน่วยอนุรักษ์   อบต.  และชาวบ้านของหมู่บ้านในเขต อ.เมือง (7  ตำบล)  เป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินแบบมีส่วนร่วม  กระทั่งได้รับการยอมรับและมีการนำไปขยายผลร่วมกับ อบต. และหน่วยอนุรักษ์ในพื้นที่อำเภออื่นๆ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน  นอกจากนี้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน ได้นำแนวทางการดำเนินงานไปขยายผลในการแก้ปัญหาข้อพิพาทที่ดิน กรณีอุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด-สุไหงปาดี  อำเภอบาเจาะ

 

2. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจเพื่อการพัฒนาและการจัดการทรัพยากรจังหวัดแม่ฮ่องสอน

                เป็นงานวิจัยที่รวบรวมฐานข้อมูลเชิงพื้นที่จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและการสำรวจข้อมูลพื้นที่เพิ่มเติม  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลทางด้านทรัพยากรของจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเชิงพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วยระบบภูมิสารสนเทศร่วมกับระบบข้อมูลระยะไกลและ ระบบการรังวัดตำแหน่งพิกัดด้วยดาวเทียม และสร้างระบบเรียกใช้ฐานข้อมูลทางด้านทรัพยากรที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการจัดการทรัพยากรรวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะด้านของทางจังหวัด โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ เช่น การจัดการทรัพยากรป่าไม้ และ การประเมินความเหมาะสมของพื้นที่เกษตรกรรม  เป็นต้น นอกจากนั้นยังวิเคราะห์ข้อมูลทรัพยากร และความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ทรัพยากรกับพลวัตประชากรของจังหวัด โดยการใช้แบบจำลองระบบ เป็นเครื่องมือร่วมกับเทคโนโลยีสารสนเทศเชิงพื้นที่ เพื่อเป็นข้อมูลนำเข้าสำหรับระบบสนับสนุนการตัดสินใจหลัก โดยมุ่งเน้นให้เป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางด้านการพัฒนาและการจัดการทรัพยากรของจังหวัดแม่ฮ่องสอน  ปัจจุบันระบบดังกล่าวได้ส่งมอบให้กับจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อติดตั้งใช้งานเรียบร้อยแล้ว

 

3. การพัฒนาและประเมินเทคโนโลยีชุมชน : กรณีตัวอย่างหมู่บ้านหนองขาวกลาง ตำบลห้วย
ปูลิง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เป็นโครงการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์สำหรับชุมชนที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการ ประเมินผลการใช้เทคโนโลยีของชุมชน รวมทั้งประเมินสมรรถนะเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์เพื่อการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน  เทคโนโลยีชุมชนต้นแบบอันได้แก่ เตาหุงต้มไร้ควันที่สามารถลดการใช้ฟืนได้ถึง 50%  เตาเผาขยะลดมลภาวะและผลิตน้ำร้อนเพื่อการใช้สอยในชุมชน และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยอาศัยพลังงานน้ำจากธรรมชาติ  ซึ่งขณะนี้ได้ ได้ดำเนินการขยายผลไปยังบ้านแม่นาเติง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และกลุ่มสหกรณ์เกษตรยั่งยืน บ้านแม่ทา จ.ลำพูน

 

4. การสืบค้นและจัดการมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอำเภอปาย-ปาง
มะผ้า-ขุนยวม

เป็นงานรวบรวมองค์ความรู้และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่นต่างชาติพันธุ์ โดยมีพื้นฐานจากความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภูมิหลังของดินแดนและผู้คนที่อาศัยอยู่มาแล้วแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้  โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์อายุประมาณ 12,000 ปีในพื้นที่อำเภอปายและปางมะผ้า สำหรับพื้นที่ขุนยวมซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ที่มีหลักฐานว่าเป็นเส้นทางการถอยทัพของกองทัพญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โครงการวิจัยนี้จะเป็นการฟื้นฟูพลังและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

 

5. การพัฒนาระบบการจัดการเกษตรเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งรอบนอกอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เป็นโครงการพัฒนาระบบการจัดการระบบเกษตร โดยใช้ยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า “ปืนลูกซอง” กล่าวคือ จะดำเนินหลายกิจกรรมพร้อมกันในเชิงรุกที่มีเป้าหมายเดียวกันที่คาดหวังว่า จะสามารถผลักดันให้ถึงเป้าหมายการรักษาพื้นที่ทำกินของชุมชนรอบนอกอำเภอปาย เพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหารเมืองปายและ ทำให้ชุมชนเกษตรยากจนเข้มแข็งและอยู่ได้ท่ามกลางกระแสธุรกิจการท่องเที่ยว โดยจะดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานของภาครัฐในพื้นที่ โดยจะต้องเข้าถึงความต้องการของชุมชนเป้าหมาย เพื่อสร้างความร่วมมือร่วมใจทำงาน อีกทั้งการปรับใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับวิถีความเป็นอยู่และประเพณีวัฒนธรรมของชุมชน เพื่อให้เกิดการยอมรับเทคโนโลยีนั้น ซึ่งเป็นการดำเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ค่อยเป็นค่อยไป พอประมาณและมีเหตุผล โดยอาศัยชุมชนมีส่วนร่วมกิจกรรมตลอดโครงการตั้งแต่ตั้งโจทย์วิจัยจนถึงประเมินผลการทำงาน เพื่อสร้างความรู้ประสบการณ์ที่เป็นภูมิคุ้มกัน  โครงการนี้มุ่งเน้นการดำเนินการเฉพาะกับกลุ่มชุมชนรอบนอกเมืองปายที่มีแนวคิด”รักษ์เมืองปาย” ที่มีพื้นที่ทำกินอยู่วงชั้นนอกเขตเทศบาล และพัฒนาระบบการผลิตทางเกษตรของตนเพื่อเข้าสู่ธุรกิจการท่องเที่ยว รวมทั้งจะจัดระบบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและเกษตรโดยกลุ่มชุมชนเป็นผู้จัดการเอง

 

6. การพัฒนาระบบเตือนภัยไฟป่าและมลพิษทางอากาศจากไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนบนระบบ
ภูมิสารสนเทศเครือข่ายสาธารณะ 

เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลกกับป้องกันภัยจ.แม่ฮ่องสอน และชุมชนในเขต อ.ปางมะผ้า  โครงการได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดไฟป่าของจังหวัดแม่ฮ่องสอน  ซึ่งได้แก่ อุณหภูมิสูงสุด ต่ำสุด ทิศทางและความเร็วลม รวมถึงปริมาณน้ำฝนรายวัน นอกจากนั้นยังได้ทำการตรวจสอบความถูกต้องของจุดภาพความร้อนตามขนาดเนื้อที่ต่างๆ ซึ่งฐานข้อมูลดังกล่าวจะนำไปสู่ระบบสารสนเทศเครือข่ายสาธารณะสำหรับการเตือนภัย และการจัดการไฟป่าของจังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อไป

 

7. โครงการพัฒนาคน ชุมชน และพื้นที่การค้าชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน   จากการวิเคราะห์ศักยภาพและอุปสรรคการค้าชายแดน : จังหวัดแม่ฮ่องสอน 

การค้าชายแดนด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอนและประเทศพม่า  มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในจังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเกษตรและการท่องเที่ยว สามารถสร้างรายได้นับหลายล้านบาทต่อปี  และโดยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเองมีศักยภาพด้านการค้าชายแดนหลายๆ ประการ  หากมีการจัดระบบบริหารจัดการที่ดีน่าจะยังประโยชน์ต่อการยกระดับความเป็นอยู่ของคน และชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้  โดยจุดเน้นของโครงการเต็มรูปอยู่ที่การพัฒนาพื้นที่ช่องทางการค้าชายแดนของจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยคำนึงถึงมาตรการรองรับการพัฒนา “คน” และ “ชุมชน” ในพื้นที่ ทั้งในส่วนของการได้รับประโยชน์และผลกระทบจากการพัฒนาเศรษฐกิจของการค้าชายแดน รวมถึงการมีมาตรการการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรม  แนวทางการดำเนินงานเน้นการพัฒนาตัวของผู้ประกอบการค้าชายแดน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาทักษะทางด้านกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดน ของจุดผ่อนปรนของจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่มี 5 จุดได้แก่ ห้วยผึ้ง น้ำเพียงดิน ห้วยต้นนุ่น (อำเภอเมือง) เสาหิน และแม่สามแลบ(อำเภอแม่สะเรียง) 

 

8. โครงการการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาสิทธิที่ดินทำกิน แผนพัฒนาชุมชน และการจัดการทรัพยากรป่าไม้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ในปัจจุบัน จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องสิทธิที่ดินทำกินและกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างความขัดแย้งตลอดมาระหว่างภาคประชาชนกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลด้านทรัพยากรธรรมชาติ เช่น หน่วยป้องกันรักษาป่าของกรมป่าไม้ หรือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากประเด็นเรื่องสิทธิที่ดินทำกินมีสาเหตุมาจากการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่มีปัญหาทางด้านการจัดการ ดูแล และป้องกันทรัพยากรป่าไม้ที่มีโอกาสถูกบุกรุกจากราษฎรเพื่อแผ้วถางพื้นที่ทำกินเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันราษฎรที่มีพื้นที่ทำกินในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติก็ขาดความมั่นใจในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เนื่องจากตระหนักดีว่าเสมือนกำลังกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ซึ่งอาจถูกจับกุมดำเนินคดีหรือถูกย้ายออกจากพื้นที่ทำกินโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ทุกขณะ ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจและสร้างความขัดแย้งระหว่างกันเรื่อยมา โครงการนี้เน้นการศึกษาและวิเคราะห์หาแนวทาง ขั้นตอน กลไก และกระบวนการในการจัดการ ดูแล และป้องกันทรัพยากรป่าไม้ของแต่ละท้องถิ่น บนพื้นฐานของการประนีประนอมระหว่างกฏหมาย ข้อบังคับ และมติ ครม ทางด้านป่าไม้ ร่วมกับระบบฐานข้อมูลที่ดินทำกินเชิงพื้นที่และโปรแกรมฐานข้อมูลทรัพยากรชุมชนที่พัฒนาขึ้น ด้วยวิธีการมีส่วนร่วมของชุมชนและการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และภาควิชาการ นอกจากนั้นโครงการฯ ได้วางแผนที่จะพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อที่จะนำไปใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนเพื่อการวางแผนแก้ไขปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และวางแนวทางการแก้ไขปัญหาสิทธิที่ดินทำกินของจังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อไป

 

9. โครงการการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขยะชุมชนแบบมีส่วนร่วม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

การเจริญเติบโตของชุมชนที่ขยายออกอย่างรวดเร็วเช่นจำนวนประชากร การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคของชุมชน การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ที่นำพานักท่องเที่ยวเข้าสู่อำเภอแม่สะเรียง สิ่งที่ตามมาและหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆคือ ปัญหาขยะของชุมชนที่ได้เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ  ปริมาณขยะมูลฝอยของเทศบาลอำเภอแม่สะเรียงทั้ง 9 ชุมชนมีประมาณ 2-3 ตันต่อวันและจะมีเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูการท่องเที่ยว  ปริมาณขยะชุมชนที่เกิดขึ้นประมาณวันละ 2-3 ตัน   การกำจัดขยะมูลฝอยในอำเภอแม่สะเรียงส่วนใหญ่ยังใช้วิธีเทกองและเผาทิ้งแบบไม่ถูกหลักสุขาภิบาล   ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขอนามัยกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เช่น ปัญหาของกลิ่น ปัญหาแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงต่างๆ ที่เป็นพาหะนำเชื้อโรค นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน  การดำเนินการเก็บขน และกำจัดขยะมูลฝอยดังกล่าว ยังไม่มีประสิทธิภาพดีเท่าที่ควร นอกจากนั้นยังมีปัญหากับชุมชน บ้านห้วยหลวง ตำบลบ้านกาศ ที่ทางเทศบาลอำเภอแม่สะเรียง  อบต. แม่สะเรียง  ได้จัดงบประมาณสนับสนุนหมู่บ้านดังกล่าวสำหรับใช้พื้นที่ดังกล่าวห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร ปิดประตูบ่อทิ้งขยะ ทำให้อบต.แม่สะเรียง  และเทศบาลอำเภอแม่สะเรียง ไม่มีสถานที่ทิ้งขยะมากว่า 1 ปี จากปัญหาดังกล่าวอำเภอ แม่สะเรียงได้ เชิญนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ในอำเภอแม่สะเรียงที่ได้รับผลกระทบกับปัญหาดังกล่าวร่วมประชุมกับนักวิจัย สกว. ในการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน ในภาพรวมของอำเภอแม่สะเรียงเป็นวาระเร่งด่วน โดยมีการประชุมและวางแนวทางการทำงานร่วมกัน ระหว่าง ภาครัฐ ประกอบด้วย นายอำเภอแม่สะเรียง เทศบาลอำเภอแม่สะเรียง อบต.แม่สะเรียง  อบต.แม่ยวม และอบต.แม่คง หัวหน้าชุมชน และนักวิชาการ  ในการศึกษาเพื่อจัดทำแผนกลยุทธ์เพื่อพัฒนาสู่การปฏิบัติในการบริหารจัดการการขยะชุมชนแบบมีส่วนร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพที่เป็นจริงของระบบการจัดการขยะ และปลูกฝังจิตสำนึกให้กับชุมชนในการลดขยะจากครัวเรือน รวมถึงสถานที่ต่างๆ  และการสร้างนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์เพื่อการรีไซเคิล รวมทั้งการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขยะชุมชนแบบมีส่วนร่วม

 

ผู้ประสานงานและสถานที่ติดต่อ

รศ.ดร.ศักดิ์ดา  จงแก้ววัฒนา

สำนักประสานงานเครือข่ายวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

ศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร คณะเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

 

โทรศัพท์ 086 644 9383          โทรสาร 053 210 000

E-mail : sakda@chiangmai.ac.th   

Website : www.abc-un.org

 

 

ส่วนที่ 3

 

เส้นทางการท่องเที่ยวในการประชุม Maehongson Research Expo 2009

 

สาระสำคัญ             “ใช้วิกฤตการท่องเที่ยวให้เป็นโอกาสใหม่ของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว พัฒนาผลวิจัยจากปัญหาในโครงการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน รักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สืบสานศิลปวัฒนธรรมของสังคมชาติพันธุ์ที่หลากหลาย โดยผ่านการจัดการท่องเที่ยวของชุมชน”

                               

“สร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยวเชิงความรู้ กระตุ้นให้เกิดความภาคภูมิใจและอนุรักษ์มรดกไทย ให้กับนักท่องเที่ยว”

 

“สร้างภูมิคุ้มกันกระแสการท่องเที่ยวที่ไร้ทิศทางและทำลายสังคมดั้งเดิม ให้กับชุมชนไกลเมือง”

 

วัตถุประสงค์การท่องเที่ยว

                1. เพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้เห็นผลงานเชิงประจักษ์ของโครงการวิจัยที่ลงพื้นที่

                2. เพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้แนวคิดปฏิบัติจากผลงานวิจัย นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง

                3. เพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้ร่วมเสนอความคิดเห็นในการตั้งโจทย์วิจัยในอนาคตของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

                4. ก่อให้เกิดการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ให้กับจังหวัด โดยเฉพาะในช่วง green season

                5. กระตุ้นให้เกิดระบบการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นคนจัดการ และสอดคล้องกับวิถีความเป็นอยู่ ประเพณีวัฒนธรรม และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

 

ลักษณะการจัดแบ่งเส้นทางท่องเที่ยว

                ไม่ใช่การท่องเที่ยวที่มีอยู่แล้ว เน้นการไปเยี่ยมชมผลงานวิจัยของ สกว.ที่ดำเนินการเสร็จแล้วในพื้นที่จริง ที่อาจพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการ (ที่เน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน รักษ์ศิลปวัฒนธรรมและสังคมที่หลากหลายของจังหวัดแม่ฮ่องสอน)

                จัดแบ่งตามเส้นทางคมนาคมของจังหวัดที่มีกลุ่มงานวิจัยของ สกว. ที่เสร็จแล้ว (ทั้งงานวิจัย สกว.ภาคและสกว.ส่วน ABC-UN) มี 3 เส้นทางโดยกำหนดตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเป็นจุดเริ่มต้นคือ

 

1. พลังงานทดแทนห้วยปูลิง......เส้นทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปตำบลห้วยปูลิง

 

ลักษณะเด่น            เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                                เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบทัวร์ป่า เพราะมีเส้นทางลำบาก และความเป็นอยู่ไม่สะดวกสบายเพราะต้องเป็นอยู่แบบกระเหรี่ยง แต่จะได้อารมณ์สัมผัสธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ เงียบสงบจากสภาพป่าเขาลำเนาไพร

 

เหตุผลความเป็นมา ตำบลห้วยปูลิง อยู่ในอำเภอเมือง ที่ยังมีสภาพทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก และความเป็นอยู่ของชาวบ้านค่อนข้างเป็นระบบปิด ยังไม่ถูกคุกคามจากกระแสโลกาภิวัฒน์ เนื่องเพราะเส้นทางทุรกันดาร ชาวบ้านยังมีวิถีความเป็นอยู่ ความเชื่อและวัฒนธรรมของกระเหรี่ยงอย่างเหนียวแน่น มีการทำไร่หมุนเวียน สภาพป่าไม้ที่สมบูรณ์

                สกว.ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่ทำกินของชุมชนที่มีปัญหาการทำไร่หมุนเวียนในสภาพป่าต้นน้ำ ศึกษาการทำไร่หมุนเวียน และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน ตลอดจนวิถีความเป็นอยู่ขั้นมูลฐานของชุมชน ที่พิจารณาปัจจัยสี่ รวมทั้งการใช้พลังงานและสุขภาวะ ซึ่งพบว่า ชุมชนมีปัญหาการใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ที่เสื่อมอายุการใช้งานแล้ว และไม่มีเงินซ่อมแซมด้วยตัวเอง อีกทั้งมีปัญหาปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากโซลาร์เซลล์ไม่เพียงพอในฤดูฝนเพราะมีเมฆมาก และเป็นหมู่บ้านในป่าทึบทำให้ไม่ได้รับแสงแดดพอเพียง นอกจากนี้ยังพบว่า ชุมชนไกลเมืองยังจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยป่าไม้เพื่อใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิงในการดำรงชีวิตอย่างมาก จึงควรจะหาแนวทางเลือกเชิงอนุรักษ์ที่เหมาะสมกับชุมชน

ดังนั้น สกว.จึงได้เสนอให้ชุมชนได้ทดลองใช้พลังงานทางเลือกใหม่ที่ไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและกระทบต่อวิถีความเป็นอยู่ ตลอดจนส่งผลดีทางอ้อมต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนอีกด้วย (เป็นหลักการสำคัญของโครงการวิจัย สกว.ที่เข้าไปพัฒนาชุมชนพื้นที่) รูปแบบพลังงานทดแทนดังกล่าวขึ้นที่บ้านหนองขาวกลาง ตำบลห้วยปูลิง ซึ่งได้แก่

                1.พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากการติดตั้งเครื่องปั่นไฟฟ้าจากน้ำประปาภูเขา โดยพัฒนาระบบน้ำประปาภูเขาของบ้านหนองขาวกลางที่มีอยู่แล้ว นำไปใช้ผลิตไฟฟ้าโดยแทรกอยู่ในระบบน้ำประปาภูเขาได้เช่นเดิม ซึ่งจะได้กำลังไฟฟ้าที่ส่องสว่างตามเส้นทางเดินและโบสถ์ รวมทั้งตามบ้านได้ตลอดปี และส่งผลกระทบที่ดีต่อการที่ชาวบ้านจะต้องอนุรักษ์ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้เพื่อให้มีปริมาณน้ำผลิตไฟฟ้าตลอดปี

                2. เตาไร้ควัน เป็นเครื่องมือที่เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ของไม้เชื้อเพลิง ทำให้ชาวบ้านใช้ปริมาณไม้เชื้อเพลิงน้อยลงต่อการหุงข้าวทำอาหารต่อครั้ง ซึ่งจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดการตัดไม้ในพื้นที่ป่าเพื่อการดำรงชีวิตได้ นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดควันน้อยมาก ทำให้แก้ไขปัญหาโรคทางเดินหายใจของชาวบ้านได้ (เพราะนอนในห้องครัวตลอดคืน รอบเตาไฟเพราะหนาว)

                3. เตาเผาขยะที่ไร้ควันพิษและสามารถนำความร้อนไปผลิตน้ำร้อนได้ เพื่อใช้ล้างจานหรืออาบน้ำในฤดูหนาว ไม่ใช่การเผาขยะปกติที่สูญเสียความร้อนไปโดยเปล่าประโยชน์ และยังเป็นทางเลือกที่ดีในการนำวัสดุที่เหลือใช้(ขยะ) นำมาใช้ประโยชน์ในรูปพลังงานความร้อนดังกล่าว

                จะเห็นได้ว่า สกว.จะพยายามนำเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ได้มีการวิจัยพัฒนาอยู่แล้ว นำมาผสมผสานจัดรูปแบบใหม่ให้เหมาะสมกับพื้นที่และวิถีความเป็นอยู่ของชุมชนไกลเมืองที่ยังต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นต้นแบบของการนำพลังงานทางเลือกที่หลากหลายมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอื่นๆต่อไป ซึ่งในปัจจุบันหมู่บ้านใกล้เคียงได้สนใจที่จะนำรูปแบบดังกล่าวไปใช้ โดยผ่านทางอบต.ห้วยปูลิงให้ช่วยสนับสนุนงบประมาณการพัฒนาใช้พลังงานทางเลือกเหล่านี้ นอกจากนี้ชุมชนบ้านหนองขาวกลางเอง ก็กำลังพัฒนาระบบพลังงานไฟฟ้าจากน้ำประปาภูเขานี้ให้ครอบคลุมหมู่บ้านบริวารใกล้เคียงด้วย โดยจัดสร้างเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าในแหล่งต้นน้ำใหม่ ซึ่งกำลังนำเสนอของบประมาณผ่านอบต.ห้วยปูลิง

 

สิ่งที่ควรได้สัมผัสในเส้นทาง

โฮมสเตย์ของบ้านหนองขาวกลาง เพื่อสัมผัสวิถีความเป็นอยู่ของชาติพันธุ์ปะกาเกอญอ เรียนรู้ภาษาพูดและเขียน กินอาหารพื้นบ้าน และผ้าทอมือพื้นบ้าน

                                จุดชมวิวดูทะเลหมอกและเมืองแม่ฮ่องสอนที่ดอยสันฟ้า

                                ผลงานวิจัยพลังงานทดแทนและสุขภาวะในครัวเรือนของบ้านหนองขาวกลาง

 

2. ระบบการเกษตรที่ยั่งยืนของปาย....เส้นทางจากเมืองแม่ฮ่องสอนสู่อำเภอปาย

 

ลักษณะเด่น            ศึกษาการปรับตัวของชุมชนปายให้เข้มแข็งและอยู่ได้ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยว โดยการจัดการระบบการเกษตรที่ยั่งยืน

 

เหตุผลความเป็นมา เส้นทางนี้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวรู้จักเป็นอย่างดี แต่ในมุมมองของชุมชนที่อยู่มานานกว่านักท่องเที่ยวจะตรงกันข้าม การมาเยือนของนักท่องเที่ยวเป็นการทำลายความสงบ สร้างความเดือนร้อนเรื่องอาหาร และทำลายสังคมและวัฒนธรรมดั้งเดิม แม้แต่รายได้ที่เกิดจากนักท่องเที่ยวก็ไม่คุ้มกับต้นทุนสังคม มีการซื้อขายที่ดินเกษตรไปสู่นายทุนธุรกิจภายนอกสร้างรีสอทธ์ คนท้องถิ่นเปลี่ยนจากอาชีพเกษตรกรรมเป็นรับจ้างในภาคท่องเที่ยว อาหารวัสดุอุปโภคบริโภคมีราคาแพงขึ้น เยาวชนลอกเลียนแบบพฤติกรรมไม่ดีจากนักท่องเที่ยว มีการค้าประเวณีในกลุ่มเยาวชนเพิ่มขึ้น

                ดังนั้น สกว.ได้เข้ามาเพื่อสร้างระบบการผลิตอาหารให้ปาย เพราะทราบดีว่าไม่สามารถฝืนกระแสธุรกิจการท่องเที่ยวที่ไร้ทิศทางและเป็นการท่องเที่ยวที่ทำลายสังคมได้ จึงมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนไกลเมืองปายที่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องอุปโภคบริโภคในตัวเมืองปาย โดยมีความมั่นคงทางอาหาร (ข้าว)ให้พอเพียงตลอดปี และมีรายได้จากผลผลิตการเกษตรที่จะขายให้ธุรกิจการท่องเที่ยว (ผัก ข้าว ข้าวสาลี และผลิตภัณฑ์การเกษตร รวมทั้งหัตถกรรมพื้นบ้าน)

 

สิ่งที่ควรสัมผัสในเส้นทาง     

                ระบบการผลิตพืชและผักปลอดภัย  ของเครือข่ายเกษตรกรทางเลือก

                การจัดการผลิตทางเกษตรในธุรกิจการท่องเที่ยว

                                การปลูกข้าวสาลีปายของชุมชนบ้านเวียงเหนือ  เพื่อทำผลิตภัณฑ์ขนมปังปาย

                                การพัฒนาลายผ้าทอมือของกระเหรี่ยงบ้านแม่ปิง

                                การเพิ่มมูลค่าถั่วเหลืองโดยผลิตก้อนซุปถั่วเหลืองทอง

                การพักค้างแรมเมืองปายเพื่อสัมผัสศิลปวัฒนธรรมไทยใหญ่และอาหารพื้นบ้านไทยใหญ่ที่อร่อย

 

แนวคิดใหม่ของการท่องเที่ยวปายที่ยั่งยืน....ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม  ซึ่งจะเป็นโจทย์ที่อยากจะพัฒนาให้เป็นทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืนของคนปาย ที่ไม่ได้ขัดแย้งต่อนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีอยู่ เพียงแต่จัดรูปแบบใหม่โดยให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการท่องเที่ยว และทำให้เกิดรายได้ต่อชุมชนปายโดยตรง ไม่ใช่เกิดกับนักธุรกิจภายนอกที่มาอยู่เมืองปายอย่างเดี่ยว

 

3. การท่องเที่ยวบนเส้นทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลป และวัฒนธรรม

    (อ.รัศมี)

 

 

 

ส่วนที่ 4

            แผนผัง

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กำหนดการจัดงานการประชุมวิชาการและแสดงนิทรรศการ

Maehongson ’s Research Expo 2009 - MRE 2009  “ รักษ์โลก   รักคุณ   รักษ์แม่ฮ่องสอน ”

ระหว่างวันที่  12 - 16  กุมภาพันธ์  2552   ณ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

วัน / เดือน / ปี

เวลา

กิจกรรม

12  ก.พ  2552

08:00-09:00 น.

ลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุม

 

09:00-09:15 น.

กล่าวรายงาน โดย ศ.ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

 

09:15-09:30 น.

กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม โดย  นายธงชัย  วงษ์เหรียญทอง

                                              ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

09:30-10:30 น.

การนำเสนอภาพรวมงานวิจัยของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่สนับสนุนโดย สกว.

โดย รศ.ดร.ศักดิ์ดา  จงแก้ววัฒนา ผู้ประสานงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

      นายธนันชัย มุ่งจิต  ศูนย์ประสานงานวิจัยท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

10:30-10:45 น.

พักรับประทานอาหารว่าง

 

10:45-12:15 น.

การอภิปราย “แผนจังหวัดและทิศทางการพัฒนาบนฐานของงานวิจัย”

โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน

      นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน

      ประธานหอการค้าจังหวัด

      ดร.จรูญ คำนวณตา

      คุณบุญยืน คงเพชรศักดิ์   คณะทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน (คสข.จ.มส.)

                                      

                                                                   ดำเนินรายการโดย   ดร.สีลาภรณ์  บัวสาย

                                                                                              รองผู้อำนวยการ สกว.

 

12:15-13:30 น.

รับประทานอาหารกลางวัน

 

13:30-15:30 น.

เสวนาและระดมความคิด “งานวิจัยกับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน”

การท่องเที่ยวบนฐานของศิลปวัฒนธรรมและโบราณคดีโดยชุมชน

ผู้ร่วมเสวนา : รศ.ดร.รัศมี ชูทรงเดช

                  ผศ.ดร.สาวิตร มีจุ้ย

                  คุณยรรยงค์  ยาดี

                  ผู้ทนเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชน ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น

ดำเนินรายการ  ดร.สมคิด แก้วทิพย์

รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยท้องถิ่น

 

งานวิจัยเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน

ผู้ร่วมเสวนา : พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง

                  นายเดชา สัตถาผล (นายอำเภอแม่สะเรียง)

                  ผศ.ดร.ถาวร อ่อนประไพ

                  ดร.กมลชัย คชชา

                  นายภากร กังวานพงษ์ (นายก อบต.แม่ยวม)

ดำเนินรายการ โดย รศ.ดร.สุธีระ  ประเสริฐสรรพ์

 

 

- 2 -

 

15:30-15:45 น.

พักรับประทานอาหารว่าง

 

15:45-16:30 น.

สรุปและให้ความเห็นโดย ผู้ทรงคุณวุฒิ

 

16:30-16:45 น.

สรุปผลและปิดการประชุม โดย ศ.ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง

 

18.00-20.00 น.

พิธีเปิดงานนิทรรศการและเลี้ยงต้อนรับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน  ณ ลานวัฒนธรรม

13  ก.พ  2552

08:00-09:00 น.

ลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุม  ณ ลานวัฒนธรรม

 

09:00-12:00 น.

เสวนางานวิจัยสำคัญ

 

 

1.  ระบบจักการทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนระดับตำบลในเขตอำเภอเมือง

 

 

2.  การพัฒนาและประเมินเทคโนโลยีชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้พลังงานของชุมชนอำเภอเมือง

 

 

3.  การสืบค้นและจัดการมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อำเภอปาย  ปางมะผ้า  ขุนยวม

 

 

4.  การพัฒนาระบบการจัดเกษตรเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งอำเภอปาย

 

 

5.  การพัฒนาระบบเตือนภัยไฟป่าและมลพิษทางอากาศอำเภอปางมะผ้า

 

 

6.  การพัฒนาคน ชุมชน และพื้นที่การดันชายแดนอำเภอแม่สะเรียง

 

 

7.  การท้องเที่ยวโดยชุมชน โดยเครือข่ายวิจัยท้องถิ่น

 

 

8.  พลังงานทางเลือกกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

 

 

9.  ระบบ Wimax เพื่อพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดย สวทช.

14  ก.พ  2552

07:00

เดินทางเข้าชมผลงานวิจัยในพื้นที่

 

 

    1. อำเภอเมือง  บ้านหนองขาวกลาง  ตำบลห้วยปูลิง   อำเภอเมือง    

        เรื่อง  การพัฒนาและประเมินเทคโนโลยีชุมชน

        ระยะทาง 30 กม.  เวลาเดินทาง 2 ชม. โดยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ  พัก Home Stay

       บ้านห้วยปูลิง  1  คืน

     2. อำเภอขุนยวม  บ้านเมืองปอน

         เรื่อง  การสืบค้น และจัดการมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

         ระยะทาง 77 กม.  เวลาเดินทาง  1.30 ชม. โดยรถยนต์  พัก Home Stay  บ้านเมืองปอน

     3. อำเภอปาย 

         เรื่อง  การพัฒนาระบบการจัดการเกษตรเพื่อสร้างชุนชนเข้มแข็งรอบนอก อำเภอปาย

         ระยะทาง 111 กม.  เวลาเดินทาง  2.30 ชม. โดยรถยนต์  พักบ้านดิน บ้านจีนยูนานสันติชน

        1  คืน

16  ก.พ  2552

09:00-16:30 น.

- ชมนิทรรศการ ณ ลานวัฒนธรรม

- ชมศิลปะ/วัฒนธรรมไทยใหญ่ในเขตเทศบาลเมือง

            - โดยรถจักรยาน (บริการฟรี)

            - โดยการเดินเท้า

- ชมการทำอาหารไต / เสื้อไต ของกลุ่มแม่บ้านของชุมชน (ป๊อกกาด)

- ชมสินค้าชุมชน ณ ถนนคนเดิน